ปัจจุบันสถานการณ์โควิด-19 ยังคงระบาดอย่างหนัก จึงทำให้หลายองค์กรหรือบริษัทต่าง ๆ มีนโยบายให้พนักงานกลับไปทำงานที่บ้าน หรือ Work From Home นั่นเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่จะช่วยเว้นระยะห่างทางสังคม และลดเวลาในการเดินทางมาทำงานได้
แต่เมื่อได้ทำงานที่บ้านได้สักระยะหนึ่ง หลายคนกลับเริ่มรู้สึกว่าสูญเสียสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัว และชีวิตการทำงาน ด้วยการนำเวลาทำงานมาปะปนกับเวลาส่วนตัว การละเลยเวลาพักทานข้าว หรืออาจจะทำงานลากยาวจนลืมเวลาเลิกงานอีกด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็อาจส่งผลทำให้สุขภาพของเราแย่ลง ดังนั้นจึงต้องมีการจัดตารางเวลาเสียใหม่กับ 5 เคล็ดลับ Work From Home ให้มีสุขภาพดี ที่ gosvus จะพาทุกคนไปรู้พร้อม ๆ กัน

5 เคล็ดลับ Work From Home ให้มีสุขภาพดี

1. แบ่งเวลาทำงาน

สิ่งแรกที่ต้องทำเลยคือการแบ่งเวลาการทำงาน และการใช้ชีวิตส่วนตัวให้ชัดเจน ซึ่งตามปกติแล้วใน 1 วัน ควรแบ่งเป็นช่วงเวลาทำงาน 8 ชั่วโมง เวลาส่วนตัวรวมถึงกิจวัตรประจำวัน 8 ชั่วโมง นอน 8 ชั่วโมง และต่อมาคือการวางแผนในช่วงเวลา 8 ชั่วโมงของการทำงาน เพื่อช่วยให้เห็นภาพรวมของการทำงานทั้งหมดว่า สิ่งที่ต้องรับผิดชอบมีอะไรบ้าง มีอะไรสำคัญเร่งด่วนที่ต้องรีบทำ
หรือมีนัดต้องติดต่อหรือประชุมงานออนไลน์กี่โมง โดยให้เราสามารถโฟกัสงานได้อย่างเต็มที่ มีสมาธิกับสิ่งที่ทำและทำงานให้เสร็จตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ได้ รวมทั้งต้องคอยเตือนตัวเองว่าอย่าเครียดจนเกินไป และไม่ควรหักโหมจนเลยเวลางานอีกด้วย

แบ่งเวลาทำงาน

2. กินให้ตรงเวลา

การกินอาหารให้ตรงเวลา ถือว่าเป็นสิ่งที่สร้างสุขภาพดีๆ ให้กับตัวเรา ซึ่งเมื่อทำงานที่บ้านก็ต้องมีการกินอาหารให้ครบ 3 มื้อ
ต่อวัน อย่างตรงเวลาเพื่อปรับระบบเผาผลาญที่มีประสิทธิภาพ โดยอาจตั้งนาฬิกาปลุกเพื่อแจ้งเตือนเวลากินข้าวแต่ละมื้อไว้ ป้องกันการหลงลืมหรือกินข้าวไม่ตรงเวลา ประโยชน์ของการทำอาหารเองที่บ้านก็คือเราจะได้กินอาหารปรุงสดใหม่ได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่ อีกทั้งสามารถเลือกวัตถุดิบที่ดีต่อสุขภาพ ถูกต้องตามหลักโภชนาการได้เองด้วย รวมไปถึงการดื่มน้ำสะอาดอย่างเพียงพอวันละ
1.5 – 2.0 ลิตร ในช่วงทำงาน โดยสามารถใช้เทคนิควางขวดน้ำขนาดใหญ่ 1.5 ลิตร ไว้ที่โต๊ะทำงาน เพื่อให้หยิบดื่มได้สะดวกตลอดวันมากขึ้น

กินให้ตรงเวลา

3. พักเบรก

การที่ต้องนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะทำงานอยู่ตลอดเวลาเป็นสิ่งที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพมาก ๆ ดังนั้น จึงควรมีเวลาพักอย่างน้อย 15 นาที
ทุก ๆ 2 ชั่วโมง เพื่อพักสายตาจากหน้าจอ และเบรกสมองจากความตึงเครียด ไม่ฝืนทำงานต่อทั้งที่เหนื่อยล้า ให้ร่างกายและสมองได้ผ่อนคลาย โดยลุกออกจากโต๊ะทำงาน ไปดื่มน้ำ กินของว่าง เดินรอบ ๆ บ้าน แวะพูดคุยกับคนในบ้าน หรือยืดเส้นยืดสาย รวมถึงควรแวะเข้าห้องน้ำให้เป็นกิจวัตรด้วย

พักเบรก

4. ออกกำลังกาย

การที่ต้องนั่งทำงานอยู่หน้าคอมเป็นเวลานาน ๆ จะเสี่ยงต่ออาการออฟฟิศซินโดรมและปัญหาสุขภาพได้ จึงต้องฟิตร่างกายให้กระฉับกระเฉงด้วยการออกกำลังกาย โดยอาจเลือกเป็นช่วงเวลาเช้าก่อนเข้างานให้กระปรี้กระเปร่าตลอดวัน หรือช่วงหลังเลิกงาน
ที่ไม่ได้เคลื่อนไหวมาทั้งวัน ออกกำลังกายวันละ 30 – 45 นาที เช่น โยคะ, บอดี้เวตในบ้าน, วิ่ง ฯลฯ นอกจากช่วยควบคุมรูปร่าง และสัดส่วนในช่วงที่ต้องอยู่บ้านแล้ว ยังเป็นผลดีกับอารมณ์ เพราะทำให้จิตใจสดใส ไม่เหนื่อยหน่าย และช่วยให้นอนหลับได้สนิทยิ่งขึ้น เป็นการชาร์จพลังเพื่อพร้อมทำงานในเช้าวันใหม่

 ออกกำลังกาย

5. นอนหลับให้เต็มอิ่ม

เคล็ดลับสุดท้ายคือการพักผ่อนให้เต็มที่ ซึ่งการพักผ่อนเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ต่อร่างกายของเรา เนื่องจากความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทั้งวันการพักผ่อนจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด โดยควรเข้านอนก่อน 4 ทุ่ม นอนอย่างน้อย 6 – 8 ชั่วโมง/วัน และเมื่อร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่จะช่วยฟื้นฟูระบบการทำงานต่าง ๆ ของร่างกายให้พร้อมทำงานในเช้าวันใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ

นอนหลับให้เต็มอิ่ม

เมื่อเรามีการวางแผนหรือจัดการตารางการทำงานที่บ้านอย่างดีแล้วละก็ จะทำให้สามารถทำงานได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น รวมทั้งไม่เอาเวลางานและเวลาส่วนตัวมาปะปนกัน นอกจากจะทำงานได้ดียิ่งขึ้นแล้วยังเป็นการดูแลสุขภาพของตัวเองให้แข็งแรงและมีความสุขมากขึ้นด้วย